the darkest hour movie (2017) เต็มเรื่อง Full HD 24 ช.ม.

the darkest hour movie

the darkest hour movie ได้ผลงานของจุดโฟกัส ฟีพบร์ ซึ่งได้เวิร์คกิ้ง ไทเทิล โปรดักชั่น มาดูแลงานสร้าง เจอกับเรื่องราวสุดระทึกซึ่งได้รับแรงจูงใจมาจากความเป็นจริง ซึ่งเกิดขึ้นในตอนก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงเวลาที่วินสตัน เชอร์ชิล (เล่นบทโดย เอ็งปรี่ โอลด์แมน คู่แข่งขันรางวัลออสการ์ มารับหน้าที่นายกฯสหราชอาณาจักร และก็จะต้องพบเจอกับความยุ่งเหยิงและก็วิกฤติที่เกิดขึ้้น

ซึ่งต้องหาทางสนทนาความสงบกับที่นาซี เยอรมนี หรือยืนหยัดต่อสู้เพื่ออุดมคติ ความอิสระ และก็อิสระของชาติ ในตอนที่กองทัพที่นาซีเคลื่อนกองทัพมาใกล้ยุโรปตะวันตกและก็จะเข้ามาบุกแล้วก็ครอบครองพื้นที่ เชอร์ชิลจำเป็นต้องยืนหยัดต่อสู้ท่ามกลางวิกฤติ และก็พากเพียรกู้ชาติบ้านเมือง รวมทั้งเพียรพยายามที่จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์โลก ท่ามกลางสามัญชนที่ยังไม่มีการตระเตรียม

คืนวันที่เราไปดูหนังรอบสื่อเรื่อง Darkest Hour เป็นวันเดียวกับที่ Gary Oldman (จาก The Dark Knight, Harry Potter) พึ่งได้รับรางวัลลูกโลกทองคำสาขาผู้แสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยมจากเรื่องนี้มาหยกๆ(แถมตอนนี้เพิ่งเข้าชิง BAFTA Film Award อีกถึง 9 สาขา) the darkest hour movie ซึ่งในหัวข้อนี้เขาเล่นบทเป็น Winston Churchill แต่ก่อนนายกรัฐมนตรีสองสมัยที่สหราชอาณาจักร (ปี 1940 – 1945 และจากนั้นก็ 1951 – 1955)

Darkest Hour ของผู้กำกับ Joe Wright (จาก Atonement) เปรียบได้กับ prequel ของหนัง Dunkirk โดยหนังเปิดเรื่องตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 (ปี 1940) ท้องนายกฯ Neville Chamberlain (Ronald Pickup จาก Prince of Persia: The Sands of Time) ถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่ง นำมาซึ่งการทำให้ Winston Churchill เข้ามารับช่วงต่ออย่างฉับพลัน

the darkest hour movie

the darkest hour movie

วินสตัน เชอร์ชิล รัฐบุรุษแต่ก่อนนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ 2 สมัยหาใช่ศิลปินไม่คุ้นเคยในโลกภาพยนตร์ ด้วยจำนวนหนังและก็ซีรีส์ร่วม 70 เรื่องยินกระทั่งถึงได้เป็นอย่างดีถึงความเป็น ไอคอนด้านการเมืองคนสำคัญของอังกฤษ แม้ว่าใครกันแน่เลยจะทราบดีว่าก่อนที่จะมีการมาถึงของ ทั้งเสียงยกย่องและความกล้าด้านการเมืองอันห้าวหาญกลับมีรูปลักษณ์เป็นเพียงชายแก่ ดื่มหนัก ดูดยาสูบจัดแบบมวนต่อมวนจนกระทั่ง ฝุ่นควันกระจายไม่มีความต่างจากคำติฉินนินทาเยอะแยะ

อีกทั้งการเป็นแกะดำของพรรคอนุรักษ์นิยมหรือแม้กระทั่งการขึ้นชื่อว่าเป็นโมฆะชายพูดพึมพำ ร่างอ้วน เจ็บไข้ได้ป่วยง่ายกลับไม่ยินยอมศิโรราบแม้ถูกกดดดันจาก the darkest hour movie คณะรัฐมนตรีให้พูดจาสันติภาพกับทุ่งนาซี รวมถึง Darkest Hour เป็นหนังประเด็นนั้นที่พรีเซนเทชั่น 2-3 อาทิตย์แรกของการรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีท่ามกลางข้อติเตียนของผู้คนรอบข้าง ได้แทบจะนั่งเก้าอี้ไม่ติดแล้วก็ยังเปี่ยมรสนิยมในการเสนอเรื่องราวระบมๆที่ถูกเล่ากันจนกระทั่งเกร่อได้อย่างมีชั้นเชิง

นอกจาก Clemmie (Kristin Scott Thomas จาก Only God Forgives) ภรรยาของเขาแล้ว Winston Churchill ก็ไม่ค่อยมีคนรักหรือนับถืออีกสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขามีนโยบายที่จะสู้กับนาซีหัวชนกำแพง ในเวลาที่ Lord Halifax (Stephen Dillane จาก Game of Thrones) และก็คนอื่นในพรรคมีนโยบายเห็นด้วยที่จะพูดจาต่อรองกับฮิตเลอร์อย่างสันติ ทำให้ Churchill จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองต่อคนในพรรค ต่อ King George VI (Ben Mendelsohn จาก Rogue One: A Star Wars Story) รวมทั้งต่อพลเมืองผู้ดีอังกฤษของเขา

เนื้อหาของหนังเต็มไปด้วยบทสนทนาทางการเมืองและเกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์อังกฤษที่เราอาจไม่ค่อยมีความเข้าใจลึกซึ้งกับมันมากสักเท่าไรนัก (โชคดีที่เคยดูหนัง Dunkirk, King’s Speech, The Crown ฯลฯ ที่เรื่องราวเกิดในยุคนั้นๆมาแล้วบ้าง) ถึงแม้ว่าการแสดงของ Gary Oldman ที่ทำให้ Winston Churchill เป็นตัวละครที่มีมิติ มีความเป็นมนุษย์ และมีอารมณ์ขันตลกโปกฮาร้ายอันเป็นสีสันอย่างหนึ่งแก่ผู้ชมนั้น (เป็นไมไ่ด้นำเสนอแม้กระนั้นมุมที่เป็นนักการเมือง ถึงแม้ยังมีมุมของความเป็นสามี เป็นพ่อ เป็นเพื่อน และก็เป็นเจ้าคนนายคน) ทำให้หนังประเด็นนี้ไม่น่าเบื่อสักนาทีเดียว

the darkest hour movie

หนังอ่อนนี้สามารถพาพวกเราซึมบรรยากาศอึมครึมในตอนการทำศึกได้อย่างดีเยี่ยม

การแสดงของ Gary Oldman ไม่ว่าจะเป็นท่าทีท่าทางหรือกรรมวิธีการบอกทุกสิ่งทุกอย่างก๊อป Winston Churchill มาได้อย่างแนบเนียนประกอบกับลักษณะท่าทางและรูปแบบการแต่งตัวและก็เมคอัพเหมือนจริงขั้นเทพเจ้าที่เสกให้เขาเหมือน Winston Churchill เข้าไปอีก (ตอนดูเทรลเลอร์นี่จำไม่ได้เลยว่านี่เป็น Gary Oldman จนกระทั่งมีชื่อของเขาปรากฏขึ้นข้างหลังเทรลเลอร์)

ตลอดปีเท่าที่ผ่านมา จากหนังเท่าที่เราดูมาทั้งปี the darkest hour movie จะต้องบอกเลยว่า Gary Oldman ผู้ซึ่งถือว่าแบกหนังไว้เกือบทั้งเรื่องนี้ เขาคู่ควรที่สุดแล้วกับรางวัลลูกโลกทองคำสาขาผู้แสดงนำชายเลิศที่พึ่งพิงคว้ามา แล้วก็ยังคงมีลัษณะทิศทางสูงมากมายก่ายกองๆว่าเขาจะสามารถเอารางวัลนำชายจากเวทีอื่นๆได้อีกหลายสำนัก แล้วก็เวทีใหญ่อย่างออสการ์

บทและจากนั้นก็สคริปต์ที่เขียนโดย Anthony McCarten (คนเขียนบท The Theory of Everything) ก็มีส่วนช่วยเสริมเติมความบันเทิงและความอินกับหนังให้กับผู้ชมได้อย่างดียิ่ง เพราะหนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยบทสนทนา คำพูด วาทศิลป การคัดค้าน ฯลฯ โดยเหตุนี้ถ้าเขียนบทสำหรับพูดไม่ยอดเพียงพอ มันอาจเปลี่ยนมู้ดแอนด์โทนของหนังไปเลยก็เป็นได้ (เช่น แทนที่จะรื้นเริงก็ไม่น่าสนใจในทันทีทันใด คิดได้ปะ)

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ฉากหน้าของหนังดูเหมือนจะย้ำให้มีข้อคิดเห็นว่า Winston Churchill เป็นจุดแปลงกลับโลกในตอนสงครามโลกนั้น สิ่งที่เราพึงพอใจมากกว่าแล้วก็มีข้อคิดเห็นว่ามันมีพลังในการเปลี่ยนแปลงสถานะการณ์โลกในครั้งนั้นไม่แพ้คำพูดของ Winston Churchill เป็น“ความมากมายหลากหลายทางเพศ เชื้อชาติ รวมถึงสถานะด้านสังคม” ที่ได้รับการมอบโอกาสมากเพิ่มขึ้น

ในห้องประชุมหรือสถานที่สำหรับทำงานเกี่ยวกับการบ้านการเมืองสมัยนั้น หนัง hd หนังออนไลน์ 2022 แน่นอนว่า เต็มไปด้วยผู้ชาย (แล้วส่วนมากก็ถูกใจแก่ หรือกล่าวอีกแง่ คนที่มีตำแหน่งสูงๆถูกใจเป็นเพศผู้ที่แก่ๆเสียกว่าจะเป็นเด็กหนุ่ม) แล้วบรรยากาศมันเป็นอะไรที่วุ่นวายมากไม่น้อยเลยทีเดียว หนังก็เลยมีบทของ Clemmie (Kristin Scott Thomas) ผู้เป็นภรรยาของ Churchill มาปลอบประโลมความแข็งแรงกร้าวรวมทั้งปากร้ายของ Churchill นั้น และมีบทของ Elizabeth Layton (Lily James จาก Cinderella) ผู้เป็นเลขาฯ ของ Churchill มาเป็นดอกไม้งามตรงกลางสนามรบอันเต็มไปด้วยเพศชายพันอีเริด

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยกลับโลกของความเป็นจริงๆเป็น จุดที่ Churchill เริ่มให้เลขาฯ ของเขามีสิทธิออกเสียงและมีสิทธิรับรู้ความจริงเท่าๆกับผู้ชายหรือผู้มีอำนาจทั้งหลายได้มี… จุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยกลับโลกของความเป็นจริงๆเป็น จุดที่ Churchill เริ่มจับเข่าคุยและก็ฟังเสียงของประชาชนรากต้นหญ้า ทุกเพศ ทุกวัย และก็ทุกสีผิวอย่างจริงใจ

the darkest hour movie

รีวิวหนัง “อมตะจำพวกสยดสยอง Immortal Species” จะต้องขยี้ตามองตลอด นี่หนังปี 2566 ใช่ปะ?

ถึงคิวหนังเสี่ยงอันตรายตื่นเต้นที่นับได้ว่าเป็นโปรเจกต์ที่ได้ยินมาครู่หนึ่งใหญ่ๆอย่าง “อมตะจำพวกสยดสยอง Immortal Species” ที่มีขั้นตอนข้างหลังการถ่ายทำรวมทั้งทำซีจีอยู่นานเป็นปี the darkest hour movie แล้วในเวลานี้มันก็ได้โอกาสที่จะออกมาให้ผู้ชมได้เชยชมกันแล้ว กับการถือเอาตำนานตะไข้ยักษ์ดึกดำบรรพ์ออกมาก่อกวนอีกที เพียงแต่ว่า..ส่วนประกอบอะไรทำนองนี้ มันจะยังเวิร์กในปี 2566 อยู่หรือไม่?

เริ่มแอ็คชันสร้างความน่าติดตามกับเหตุการณ์อันถึงใจถึงอารมณ์ ด้วยการเกิดเหตุไม่คาดคิดกับศ.จ.ไม่ลิเชีย อันเป็นบ่อเกิดที่ปัญหาที่มาร้อยเรียงเรื่องราวการไต่ถามซักถามในขั้นตอนต่อไป โดยมีการเผยผู้แสดงหลักออกมาในทีแรกๆแบบแทบครบสมบูรณ์ ให้พวกเราได้สัมผัสกับคาแรคเตอร์ของแต่ละนักแสดงก่อนไปสู่รายละเอียดเข้มข้นมากขึ้น

สำหรับในการเล่ารายละเอียดออกจะไต่ระดับอารมณ์ มีการวางท่วงทีของหมดทั้งตัวบทและก็นักแสดง ตั้งแต่การเริ่มสอบสวนสืบสวนจนถึงกำเนิดความข้องใจกับบางผู้แสดง และก็เบาๆย้อนไปสู่แนวทางปมของนักแสดง แล้วก็เอกสารสตรอนสกายาต้นเหตุของการฉกชิงในคราวนี้ เนื่องจากมันมีผลต่อระบบซีใบเสร็จรับเงิน

โดยถ้าเกิดมีความไม่สาบายใจว่าไม่เคยมองฉบับอนิเมะมาก่อน จะเข้าจิตใจรายละเอียดการเดินเรื่องคราวนี้ไหม พวกเราเห็นว่ารู้เรื่องดูเหมือนจะทั้งหมดเลยค่ะ แต่ว่าพื้นเพของผู้แสดง และก็การย้อนที่ไปที่มาของระบบซีใบเสร็จรับเงินที่ใช้กันในเรื่อง จะมิได้มีย้อนฉากให้พวกเราได้รื้อฟื้นหรือรับเบื้องต้นของระบบเท่าไรนัก แต่ว่าแกนหลักในคราวนี้เล่าออกมาได้ดีมากเลยเชียว

แต่ว่าก็นับว่าผู้กำกับฮาร์เปอร์ยังสร้างความน่าจำผ่านเนื้อหาอย่าง การโชว์งานภาพที่เด่นจากการเล่นแสงLEDของร่มชูชีพที่ตัดกับทิวเขาสูงในฉากเปิดหนัง ฉากการใช้เอไอคาดการณ์อนาคต ไปจนกระทั่งเรือเหาะสุดล้ำ มันเป็นการพรีเซ็นท์ที่โอเวอร์แบบคอมิกสูงแม้กระนั้นก็มันรวมทั้งเหิมใจผู้ชมอย่างยิ่งด้วยเหมือนกัน

แต่หากแม้มันจะทำเป็นดี มีแผนภูมิความมันที่พุ่งขึ้นไปตลอดระยะเวลา แต่ว่าแล้วเพียงพอมันถึงจุดที่จำต้องมุ่งมั่นในช่วงท้าย แรงกดดันและก็ความใหญ่โตของฉากแอ็กชันกลับถูกเสนอปกติไปอย่างเสียของ แทบจะมิได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีหลายแบบที่ปูมาเป็นต้นว่าการสู้ด้วยเทคโนโลยีพร้อมกันกับฉากบู๊ แล้วเอามุกเชยๆเดิมๆแบบแกล้งหลอกให้วางใจมาใช้เพื่อหนังมันจบไปเฉยๆ

เป็นเหตุที่นิสิตกรุ๊ปหนึ่งได้เริ่มเดินทางไปตามหา ต้นชาละวัน พืชหายากประเภทหนึ่งที่เจอหลบซ่อนอยู่บนเกาะน้ำกึ่งกลางป่าลึก แม้กระนั้นพวกเขาจำเป็นต้องจำเป็นต้องประจันหน้ากับความเชื่อมโยงในอดีตกาลของหมู่คณะแต่ละคน ท่ามกลางความเร้นลับสลับซับซ้อนที่เบาๆทวีตัวขึ้นตลอดเวลา รวมทั้งยิ่งร้ายไปกว่านั้นเมื่อทุกคนพบว่า ขณะนี้พวกตนจะต้องตกอยู่ในอันตรายจากการเป็นเหยื่ออันอร่อยของตะไข้ดึกดำบรรพ์

นี่เป็นผลงานปัจจุบันของ “บอย-เจตนิพัทธ์ สาราชสีห์” ที่เคยสร้างชื่อมาจาก ๔๐๐ ทหาร ขุนรองปลัดยก ที่แม้ว่าผู้ใดกันแน่เคยศึกษางานชิ้นก่อนของเขา the darkest hour movie ก็คงจะจำเป็นต้องเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้เนิ่นๆเนื่องจากแน่ๆว่ากลับมาอีกรอบในครั้งนี้ มาตรฐานงานสร้างรวมทั้งแนวทางวิสัยทัศน์ที่มีออกมาในหนังหัวข้อนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีความเจริญเยอะขึ้นสักเท่าไหร่ ดีไม่ดีอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีแนวทางที่ถอยหลังกลับลงลำคลองด้วย ด้วยเหตุว่าแต่ละจุดของหนังออกจะไม่มีเหตุผลสักเท่าไหร่